[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
มาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) ๑.ครูและนักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้ามาโรงเรียนอย่างเคร่งครัด ๒.ครูและนักเรียนทุกคนต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ทุกครั้งก่อนเข้าโรงเรียน และอุณหภูมิร่างกายต้องไม่เกิน ๓๗.๕ องศาเซลเซียส ๓.ยึดหลัก Social Distancing ๔.นักเรียนทุกคนต้องนำช้อน ส้อมหรือแก้วส่วนตัวมาใช้ที่โรงเรียน ๕.นักเรียนต้องพกสบู่เหลว เจล แอลกอฮอล์หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ สำหรับทำความสะอาดมือติดตัวไว้เสมอ
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 100 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
หมวดหมู่ blog
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
poll

   คุณคิดว่าเว็บไซต์นี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก
ค้นหาจาก google
เว็บไซต์

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ปีเตอร์ วิธ เป็นคนที่ตั้งฉายา "โรมาริโอ เมืองไทย " ให้กับดาวเตะกองหน้าร่างเล็ก  VIEW : 72    
โดย A

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 5
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 151.106.12.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 7 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2563 เวลา 12:22:17   

 

ปีเตอร์ วิธ อดีตกุนซือทีมชาติไทย เป็นคนที่ตั้งฉายา "โรมาริโอ เมืองไทย " ให้กับดาวเตะกองหน้าร่างเล็ก หนุ่มจากอรัญประเทศ จ.สระแก้ว สมัยที่ "เจ้าดำ" ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ยังเป็นพ่อค้าแข้งและเคยมีเกียรติประวัติติดธงมาแล้วนั่นเอง

    หากเอ่ยชื่อ ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ขึ้นมาแฟนบอลรุ่นเก่าหน่อยรับรองต้องร้องอ๋อเคยได้ยินชื่อกองหน้ารายนี้แน่นอน "เจ้าดำ" ผ่านการเล่นฟุตบอลมากับหลายทีมทั้ง ราชนาวี (ปีพ.ศ. 2539-2544 ) , บีอีซี เทโรฯ ( ปีพ.ศ. 2545-2546 ) 1 ในชุดรองแชมป์ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก 2003 , ม.กรุงเทพ ( ปีพ.ศ. 2547 ) , พนักงานยาสูบ , ทีทีเอ็มฯ ( ปีพ.ศ. 2548-2553 ) , ก่อนจะแขวนสตั๊ดกับทีม สระแก้ว เมื่อปีพ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ส่วนทีมชาติไทย เคยติดชุด คิงส์คัพ , อช.คัพ รอบคัดเลือก ยุคปีเตอร์ วิธ คุมทัพนั่นเอง 

    หากยังจำกันได้ดีนอกจากจะเก่งกาจเรื่องฟุตบอลทั้งๆที่มีสรีระไม่ใหญ่โตแล้วเรื่องของโต๊ะเล็กนั้น "เจ้าดำ" ก็ใช่ย่อย เคยเป็น 1 ในขุนพลฟุตซอลทีมชาติไทยไปชิงแชมป์โลกที่ กัวเตมาลา มาแล้ว ไม่รวมถึงการเป็น 1 ในชุดรองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2003 หรือ เอซีแอล ครั้งแรก กับ บีอีซี เทโรฯ อีกด้วย

     ส่วนกับทีมชาติไทยนั้นอดีตนักเตะที่สร้างชื่อมากับ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี เคยได้แชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ 2 สมัย โดยวันนี้เจ้าตัวอายุ 41 ปี ได้ผันตัวเองไปเป็นนักวิ่งมาราธอนเต็มตัวแล้วหลังหันหลังให้อาชีพพ่อค้าแข้งมาตอนอายุ 37 ปี

      "เจ้าดำ" บอกถึงการเข้าสู่วงการนักวิ่งเพราะเรื่องของปัญหาสุขภาพนั่นเอง"ตอนผมเลิกเล่นฟุตบอลมาราว 2 ปีนั้นไม่ได้ออกกำลังกายเลยเพราะต้องทำอาชีพค้าขายของตามตลาดทำให้อ้วน ก็เลยหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ็อกกิ้งวันละ 3-40 นาทีสัปดาห์ละ 5 วัน พออยู่ตัวก็เลยคิดว่าเราเองเป็นนักกีฬาฟุตบอลมาก่อนหากจะเข้าสู่วงการนักวิ่งก็คงไม่แปลก

     ผมลงแข่งวิ่งครั้งแรกรายการที่จัดแถวบ้าน มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร  ทำได้ 59 นาทีจากนั้นขยับมาลงฮาล์ฟ มาราธอน ทำเวลาได้ 1ชั่วโมง 59 นาที ก่อนจะไปพัฒนาไปสู่ ฟูลมาราธอน ในที่สุด โดยสถิติครั้งแรกที่วิ่งผมใช้เวลา 4 ชั่วโมง 53 นาที "

    สำหรับสถิติของ ขวัญชัย เฟื่องประกอบ ในการเป็นนักวิ่งที่ผ่านมามีดังนี้ ถ้วยแรกที่ได้คือ ระยะ 21 กม. ได้ที่ 3 รุ่นอายุ 40-44 ปี เวลา 1.35 ชม., ฟูลมาราธอน 6 ถ้วยรางวัล อันดับ 1 รุ่น 40 ปี 3 ถ้วย, อันดับ 3 รุ่น 40 ปี 1 ถ้วย, อันดับ 6 รุ่น 40 ปี 1 ถ้วย, อันดับ 8 รุ่น40 ปี 1 ถ้วย และมินิมาราธอน 1 ถ้วย อันดับ 3 รุ่น 40 ปี

    ปัจจุบัน "เจ้าดำ" ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าโดยขายอุปกรณ์มือถือตามตลาดนัด ที่ฉะเชิงเทรา ,สระแก้ว และแต่งงานแล้วมีบุตรสาว 1 คนชื่อน้อง "เตตัส" 

 

 

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ lsm99 agent