[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
มาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) ๑.ครูและนักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้ามาโรงเรียนอย่างเคร่งครัด ๒.ครูและนักเรียนทุกคนต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ทุกครั้งก่อนเข้าโรงเรียน และอุณหภูมิร่างกายต้องไม่เกิน ๓๗.๕ องศาเซลเซียส ๓.ยึดหลัก Social Distancing ๔.นักเรียนทุกคนต้องนำช้อน ส้อมหรือแก้วส่วนตัวมาใช้ที่โรงเรียน ๕.นักเรียนต้องพกสบู่เหลว เจล แอลกอฮอล์หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ สำหรับทำความสะอาดมือติดตัวไว้เสมอ
เมนูหลัก
หมวดหมู่ blog
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
poll

   คุณคิดว่าเว็บไซต์นี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> กระดานข่าว >>
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปลุกเร้า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ว่าต้องกระตุ้นลูกทีม   VIEW : 15    
โดย 8357

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 128
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 9
Exp : 14%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.22.67.xxx

 
เมื่อ : เสาร์ ที่ 21 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เวลา 16:34:47   

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปลุกเร้า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ว่าต้องกระตุ้นลูกทีมให้สมกับที่ได้รับตำแหน่งกัปตันทีม ปีศาจแดง โดยบอกว่าบางครั้งแค่พูดนิดหน่อยมันก็ถือว่าเพียงพอแล้วถ้ามันเป็นคำพูดที่เหมาะสม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระตุ้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม ปีศาจแดง ว่าถึงเวลาแล้วที่เขาต้องแสดงความเป็นผู้นำด้วยการกระตุ้นคนในทีมให้ได้

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งแพ้ อาร์เซน่อล 0-1 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จนทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขายังไม่ชนะใครในลีกกับการเล่นในบ้านของตัวเองเลย แบ่งเป็นการเสมอ 1 เกมกับแพ้ 3 นัด ขณะที่ แม็กไกวร์ ก็มักจะโดนตำหนิว่ายังไม่แสดงให้เห็นเลยว่าเขาคู่ควรกับการสวมปลอกแขนกัปตันทีม

เฟอร์ดินานด์ กล่าวในรายการพ็อดแคสต์ของตัวเองว่า เรากำลังขาดความมั่นใจในบางด้าน ที่จริงเกมกลางสัปดาห์ (หมายถึงนัดที่ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0) มันทำให้เรามีความมั่นใจกันนิดหน่อย แต่พวกเขามั่นใจกันมากเกินไปรึเปล่า ? ผมได้ยิน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมในเชิงประมาณว่าพวกเขาอาจจะโอ๋กันภายในทีมมากเกินไป แต่ที่จริงเขาควรจะเป็นคนทำให้ทีมเดินไปข้างหน้าให้ได้สิ

ผมหวังว่าเขาจะเข้าไปในห้องแต่งตัว, เรียกคนมารวมตัวกันแล้วพูดว่า -ฟังนะพวก เราไม่ได้มีแค่นี้ เราต้องทำงานกันหลายอย่าง เราทำได้ดีกว่านี้เยอะ มาตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันดีกว่า- ผมไม่รู้ว่าตอนนี้มันมีการพูดแบบนั้นกันรึเปล่า ปกติแล้วที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะมีผู้นำในห้องแต่งตัวอยู่เสมอ คนๆ นั้นจะคอยปลุกเร้าคนอื่นไม่ว่าจะทั้งการคุยกันแบบตัวต่อตัวหรือเป็นการคุยกับคนทั้งทีม มันจะมีคนที่คอยคุยเพื่อกระตุ้นคนในทีมเพื่อทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะยังโชว์ฟอร์มเก่งได้

ยกตัวอย่างเช่นกรณีของ นานี่ ที่จริงผมเองก็ไม่ได้คุยกับเขาเยอะหรอก ผมแค่พูดกับเขา 2 หรือ 3 ประโยค อย่างพวก “”แอสซิสต์กับทำประตู”” หรือ “”ยิงทันทีที่มีโอกาส”” แต่มันก็ได้ผลอย่างยอดเยี่ยม แค่นั้นแหละ มันไม่จำเป็นต้องสาธยายให้ยาวเหมือนสุนทรพจน์หรอก บางครั้งการพูดแค่นิดเดียวแต่ตรงประเด็นคือสิ่งที่จะมีประสิทธิภาพ

คำถามคือตอนนี้มันมีการพูดแบบนั้นกันรึเปล่า ? มันไม่ได้มีแค่ฝ่ายทีมงานด้านการจัดการที่ต้องรับมือกับเรื่องนั้น บางครั้งนักเตะในห้องแต่งตัวก็จำเป็นต้องก้าวขึ้นมาแล้วรับบทพูดกระตุ้นคนในทีม

– การดวล
11 ครั้งคือจำนวนที่ ปาร์เตย์ ชนะในจังหวะดวลกับนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เขาเป็นคนที่มีผลงานด้านการดวลดีที่สุดของนักเตะทั้ง 2 ทีมในวันดังกล่าว ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง ซาก้า ที่ทำได้ 6 ครั้ง แบบเยอะสุดๆ ส่วนของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น คนที่มีตัวเลขด้านนี้ดีที่สุดคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่เขาก็ทำได้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ ปาร์เตย์ ยังสามารถเอาบอลมาครองได้ถึง 11 หน ซึ่งถือว่ามากที่สุดของทั้งสนามในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน โดยที่อันดับ 2 คือ ซาก้า ที่ทำได้ 8 ครั้ง ขณะที่คนที่ทำได้ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ ปอล ป็อกบา กับ เฟร็ด ที่ทำไปคนละ 6 หน

บาคาร่า

dgprivatewealth.com